เพลง Man In The Mirror (ฉบับแปลไทย)

posted on 23 Nov 2009 19:20 by tonadoclub

         เพลงนี้มีความหมายที่ดีมากๆเลยนะคับ  สอนให้เราดูที่ตัวเราเอง  หากเราอยากเปลี่ยนแปลงโลกของ-เราให้ดีขึ้นต้องเริ่มที่ตัวเราเองก่อน  ไม่ต้องไปกังวลว่าคนโน้น  คนนี้จะทำอย่างไร  สำรวจว่าเราทำดีหรือยัง หากวันนี้คุณพร้อมที่จะทำความดี  ก็ขอให้ลุกขึ้นมาทำเดี๋ยวนี้เลยนะคับ  ไม่ต้องรอ  เพราะเวลาไม่เคยรอเรา  เราทำดี คนอื่นย่อมไม่เดือดร้อนแน่นอนคับเรามีความสุขคนอื่นก็มีความสุข  ใครอยู่ใกล้เราก็มีความสุข เพราะเรามีใจที่ดี  ทำความดีวันละนิดจิตแจ่มใสนะคับ  อ้อ ทำดีแล้วก็อย่าลืมดูแลคนที่ใกล้ชิดด้วยนะคับ

พ่อแม่ พี่น้อง ครูอาจารย์ เพื่อน ดูแลกันดีๆคับ คนใกล้ตัวเรา อย่ามองข้าม อย่าทำร้ายจิตใจคนที่เรารักนะ

คร้าบ.........

 

 

 

พล่ามเยอะแล้ว  มาฟังเพลงเพราะๆกันเลยคร้าบ.......


 


I'm Gonna Make A Change,


ฉันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง


For Once In My Life


หากเป็นแค่ครั้งหนึ่งในชีวิต


It's Gonna Feel Real Good,


มันจะทำให้ฉันรู้สึกดีเลยทีเดียว


Gonna Make A Difference


ฉันจะทำให้ชีวิตฉันมีความหมาย (make a difference หมายความว่าทำอะไรที่สร้างสรรค์)


Gonna Make It Right . . .


ฉันจะแก้ปัญหา


 


As I, Turn Up The Collar On My


ขณะที่ฉันหมุนแถบคอเสื้อ


Favourite Winter Coat


ของเสื้อกันหนาวตัวโปรดของฉัน


This Wind Is Blowin' My Mind


ลมพัดและมันทำให้ฉันแรกเริมมีความคิด


I See The Kids In The Street,


ให้ฉันนึกถึงเด็กๆยากจนไม่มีที่พัก


With Not Enough To Eat


มีอาหารกินไม่เพียงพอ


Who Am I, To Be Blind?


ฉันว่าตัวเองเป็นใครที่ไม่สนใจ


Pretending Not To See


ที่เเกล้งว่าไม่ได้สังเกตเห็น


Their Needs


ความต้องการของพวกเขา


A Summer's Disregard,


ของเหลือจากฤดูร้อน


A Broken Bottle Top


ฟ้าขวดที่แตก


And A One Man's Soul


และวิญญาณของผู้ชายคนหนึ่ง


They Follow Each Other On


พวกมันพากันไปตาม


The Wind Ya' Know


สายลม เธอรู้เรื่องนี้ไหม


'Cause They Got Nowhere


เพราะพวกมันไม่มีที่


To Go


ให้ไป


That's Why I Want You To


เพราะเช่นนี้ฉันอยากให้เธอ


Know


รู้


 


I'm Starting With The Man In


ฉันจะเริ่มต้นกับคนที่


The Mirror


สะท้อนออกจากกระจก


I'm Asking Him To Change


ฉันจะขอให้เขาเปลี่ยน


His Ways


วิธีการดำเนินชีวิต


And No Message Could Have


และไม่มีการรับรู้ข้อความที่โปร่งใสเหล่านี้


Been Any Clearer


ที่ดีกว่านี้เลย


If You Wanna Make The World


หากถ้าเธออยากช่วยโลกของเรา


A Better Place


ให้มันดีขึ้น


(If You Wanna Make The


(หากถ้าเธออยากช่วยโลกของเรา


World A Better Place)


ให้มันดีขึ้น)


Take A Look At Yourself, And


มองตัวเอง และ


Then Make A Change


แล้วเปลี่ยนตัวเองก่อน


(Take A Look At Yourself, And


(มองตัวเอง และ


Then Make A Change)


แล้วเปลี่ยนตัวเองก่อน)


(Na Na Na, Na Na Na, Na Na,


(น่า น่า น่า น่า น่า น่า น่า น่า


Na Nah)


น่า น่า)


 


I've Been A Victim Of A Selfish


ฉันเคยเป็นเหยื่อของ


Kind Of Love


ความรักที่เห็นแก่ตัว


It's Time That I Realize


ถึงเวลาที่ฉันจำเป็นต้องตระหนัก


That There Are Some With No


ว่ามีใครบางคนที่ไม่มี


Home, Not A Nickel To Loan


บ้าน ไม่มีใครให้ยืมแค่ห้าเซนต์


Could It Be Really Me,


เป็นไปได้ไหมว่าฉัน


Pretending That They're Not


กำลังหลอกตัวเองว่าเขาไม่ได้


Alone?


รู้สึกโดดเดี่ยว


 


A Willow Deeply Scarred,


ต้นไม้วิล์ลอวที่มีรอยขีดอย่างลึก


Somebody's Broken Heart


(เปรี่ยบเสมือนเป็น)หัวใจของใครที่อกหัก


And A Washed-Out Dream


และความฝันหมดสิ้นไป


(Washed-Out Dream)


(ความฝันหมดสิ้นไป)


They Follow The Pattern Of


เขาทำตามแบบอย่างที่เหมือน


The Wind, Ya' See


สายลม(ไม่มีทิศทาง) เธอเห็นด้วยไหม


Cause They Got No Place


เพราะเขาไม่มีทิศทาง


To Be


ไม่มีที่พัก


That's Why I'm Starting With


เพราะเช่นนี้ฉันจะเริ่มทำจิตใจของ


Me


ตัวเอง


(Starting With Me!)


(จะเริ่มทำจิตใจของตัวเอง)


 


I'm Starting With The Man In


ฉันจะเริ่มต้นกับคนที่


The Mirror


สะท้อนออกจากกระจก


(Ooh!)


(อู้)


I'm Asking Him To Change


ฉันจะขอให้เขาเปลี่ยน


His Ways


วิธีการดำเนินชีวิต


(Ooh!)


(อู้)


And No Message Could Have


และไม่มีการรับรู้ข้อความที่โปร่งใสเหล่านี้


Been Any Clearer


ที่ดีกว่านี้เลย


If You Wanna Make The World


หากถ้าเธออยากช่วยโลกของเรา


A Better Place


ให้มันดีขึ้น


(If You Wanna Make The


(หากถ้าเธออยากช่วยโลกของเรา


World A Better Place)


ให้มันดีขึ้น)


Take A Look At Yourself, And


มองตัวเอง และ


Then Make A Change


แล้วเปลี่ยนตัวเองก่อน


(Take A Look At Yourself, And


(มองตัวเอง และ


Then Make A Change)


แล้วเปลี่ยนตัวเองก่อน)


 


I'm Starting With The Man In


ฉันจะเริ่มต้นกับคนที่


The Mirror


สะท้อนออกจากกระจก


(Ooh!)


(อู้)


I'm Asking Him To Change His


ฉันจะขอให้เขาเปลี่ยน


Ways


วิธีการดำเนินชีวิต


(Change His Ways-Ooh!)


(เปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิต อู้)


And No Message Could've


และไม่มีการรับรู้ข้อความที่โปร่งใสเหล่านี้


Been Any Clearer


ที่ดีกว่านี้เลย


If You Wanna Make The World


หากถ้าเธออยากช่วยโลกของเรา


A Better Place


ให้มันดีขึ้น


(If You Wanna Make The World


(หากถ้าเธออยากช่วยโลกของเรา


World A Better Place)


ให้มันดีขึ้น)


Take A Look At Yourself And


มองตัวเอง และ


Then Make That . . .


แล้วทำสิ่งนั้น


(Take A Look At Yourself And


(มองตัวเอง และ


Then Make That . . .)


แล้วทำสิ่งนั้น)


Change!


เปลี่ยนเถอะ


 


I'm Starting With The Man In


ฉันจะเริ่มต้นกับคนที่


The Mirror


สะท้อนออกจากกระจก


(Man In The Mirror-Oh Yeah!)


(กับคนที่สะท้อนออกจากกระจก โอ้ เย่)


I'm Asking Him To Change


ฉันจะขอให้เปลี่ยน


His Ways


วิธีการดำเนินชีวิตของเขา


(Better Change!)


(ต้องเปลี่ยน)


No Message Could Have


ไม่มีการรับรู้ข้อความที่โปร่งใสเหล่านี้


Been Any Clearer


ที่ดีกว่านี้เลย


(If You Wanna Make The


(หากถ้าเธออยากช่วยโลกของเรา


World A Better Place)


ให้มันดีขึ้น)


(Take A Look At Yourself And


(มองตัวเอง และ


Then Make The Change)


แล้วทำสิ่งนั้นเปลี่ยนเถอะ)


(You Gotta Get It Right, While


(ต้องแก้ปัญหาให้มันดีที่สุด ขณะที่


You Got The Time)


ยังมีเวลา)


('Cause When You Close Your


(เพราะถ้าหากเธอทำให้


Heart)


ใจแคบ)


You Can't Close Your . . .Your


ห้ามทำให้ ทำให้


Mind!


ใจแคบ


(Then You Close Your . . .


(แล้วถ้าเธอทำให้


Mind!)


ใจแคบ)


That Man, That Man, That


คนนั้น คนนั้น คนนั้น


Man, That Man


คนโน่น


With That Man In The Mirror


ที่มีคนที่สะท้อนออกจากกระจก


(Man In The Mirror, Oh Yeah!)


(คนที่สะท้อนออกจากกระจก โอ้ เย่)


That Man, That Man, That Man


คนนั้น คนโน่น คนนี้


I'm Asking Him To Change


ฉันขอให้เขาเปลี่ยน


His Ways


วิธีการดำเนินชีวิต


(Better Change!)


(ต้องเปลี่ยน)


You Know . . .That Man


เธอรู้จักคนนั้นใช่ไหม


No Message Could've


ไม่มีการรับรู้ข้อความที่โปร่งใสเหล่านี้


Been Any Clearer


ที่ดีกว่านี้เลย


If You Wanna Make The World


หากถ้าเธออยากช่วยโลกของเรา


A Better Place


ให้มันดีขึ้น


(If You Wanna Make The


(หากถ้าเธออยากช่วยโลกของเรา


World A Better Place)


ให้มันดีขึ้น)


Take A Look At Yourself And


มองตัวเอง และ


Then Make A Change


แล้วทำสิ่งนั้นเปลี่ยนเถอะ


(Take A Look At Yourself And


(มองตัวเอง และ


Then Make The Change)


แล้วทำสิ่งนั้นให้เปลี่ยนเถอะ)


Hoo! Hoo! Hoo! Hoo! Hoo!


ฮู่ ฮู่ ฮู่ ฮู่ ฮู่


Na Na Na, Na Na Na, Na Na,


นา นะ น่า นา นะ น่า นา นะ


Na Nah


นา นาาาาาา


(Oh Yeah!)


(โอ้ เย่)


Gonna Feel Real Good Now!


จะรู้สึกดีเยี่ยม ก็รู้สึกดีตอนนี้เอง


Yeah Yeah! Yeah Yeah!


เย่ เย่ เย่ เย่


Yeah Yeah!


เย่ เย่


Na Na Na, Na Na Na, Na Na,

 

 

 

<<< สามารถฟังเพลง Man In The Mirror ได้ใน Ipod ข้างๆนะคร้าบ..... >>>

    วีอาร์เดอะเวิลด์ (We Are the World) เป็นเพลงที่แต่งโดยไมเคิล แจ็กสัน ไลโอเนล ริชชี โปรดิวซ์และอำนวยเพลงโดยควินซี โจนส์ขับร้องและบันทึกเสียงโดยกลุ่มศิลปินนักร้องชาวอเมริกันจำนวน 45 คนโดยใช้ชื่อว่า "USA for Africa" (United Support of Artists for Africa) และตัดเป็นซิงเกิลการกุศลในปี ค.ศ. 1985 เพื่อหาเงินสมทบกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบทุพภิกขภัย ในแอฟริกา ที่ประสบปัญหาความแห้งแล้งผิดปกติในปี 1984-1985 และประสบภาวะขาดแคลนอาหารใน 6 ประเทศ ประกอบด้วยเอธิโอเปีย ชาด มาลี ไนเจอร์ ซูดาน และโมซัมบิก 

เพลงนี้เกิดจากการบันทึกเสียงเพลง "Do They Know It's Christmas?" เพื่อระดมทุนในลักษณะเดียวกับโดยศิลปินนักร้องจากอังกฤษ ที่นำโดยบ็อบ เกลดอฟ เมื่อปลายปี 1984 โดยเริ่มจากแนวคิดเริ่มแรกของแฮรี เบลาฟอนเต ได้ติดต่อกับเคนนี คราเคน ผู้จัดการส่วนตัวของไลโอเนล ริชชีและเคนนี โรเจอร์ส เพื่อหาลู่ทางจัดคอนเสิร์ตเพื่อหารายได้ช่วยเหลือแอฟริกา แต่คราเคนคิดว่าหากบันทึกเสียงเป็นซิงเกิลวางจำหน่ายน่าจะได้ผลดีกว่า และประสานงานกับไมเคิล แจ็กสัน ไลโอเนล ริชชี ควินซี โจนส์ และติดต่อนักร้องอื่นๆ มาร่วมร้อง

การบันทึกเสียงเกิดขึ้นระหว่าง และหลังงานอเมริกัน มิวสิก อวอร์ดส์ ที่ A&M Studios ฮอลลีวูด แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 28 มกราคม ค.ศ. 1985 โดยควินซี โจนส์ เป็นผู้ศึกษาสไตล์การร้องของศิลปินแต่ละคน และจับคู่นักร้อง เช่น บิลลี โจเอลกับทีนา เทอร์เนอร์, วิลลี เนลสันกับดิออน วอร์วิค และไมเคิล แจ็กสันกับพรินซ์ (พรินซ์ไม่มาปรากฏตัวเพื่อบันทึกเสียงตามนัด โจนส์จึงให้ไดอานา รอสส์ ร้องคู่กับแจ็กสันแทน ส่วนพรินซ์ได้บันทึกเสียงเพลงอื่นในอัลบั้มแทน) 

ซิงเกิลเพลงนี้ขึ้นถึงอันดับหนึงของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 1985 และขึ้นถึงอันดับหนึ่งในหลายสิบประเทศทั่วโลก

นักร้อง

ร้องเดี่ยว (เรียงตามลำดับการร้องในเพลง)

  • ไลโอเนล ริชชี
  • สตีวี วันเดอร์
  • พอล ไซมอน
  • เคนนี โรเจอร์ส
  • เจมส์ อิงแกรม
  • ทีนา เทอร์เนอร์
  • บิลลี โจเอล
  • ไมเคิล แจ็กสัน
  • ไดอานา รอสส์
  • ดิออน วอร์วิค
  • วิลลี เนลสัน
  • อัล จาร์โร
  • บรูซ สปริงส์ทีน
  • เคนนี ล็อกกินส์
  • สตีฟ เพอร์รี
  • ดาริล ฮอลล์
  • ฮิวอี ลิวอิส
  • ซินดี ลอเพอร์
  • คิม คาร์นส
  • บ็อบ ไดแลน
  • เรย์ ชาร์ล

ร้องประสาน

  • แดน แอครอยด์
  • แฮร์รี เบลาฟอนเต
  • ลินด์ซี บัคกิงแฮม (ฟลีทวูด แมค)
  • เดอะนิวส์
  • ชีลา อี.
  • บ็อบ เกลดอฟ
  • แจ็กกี แจ็กสัน (เดอะแจ็กสันไฟฟ์)
  • ลา โทยา แจ็กสัน
  • มาร์ลอน แจ็กสัน (เดอะแจ็กสันไฟฟ์)
  • แรนดี แจ็กสัน (เดอะแจ็กสันไฟฟ์)
  • ติโต แจ็กสัน (เดอะแจ็กสันไฟฟ์)
  • เวย์ลอน เจนนิงส์
  • เบ็ตต์ มิดเลอร์
  • จอห์น โอตส์
  • เจฟฟรีย์ ออสบอร์น
  • เดอะพอยเตอร์ซิสเตอร์ส
  • สโมกี โรบินสัน

 <<< สามารถฟังเพลง วีอาร์เดอะเวิลด์ (We Are the World) ได้ใน Ipod ข้างนะคร้าบ..... >>>

edit @ 18 Nov 2009 20:55:08 by Tanadol

edit @ 23 Nov 2009 18:50:45 by Tanadol

: Users Online